Log In

Sign Up

Password will be generated and sent to your email address.

รวม 10 ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care) ดูแลด้วยหัวใจ มอบวาระสุดท้ายที่สง่างาม (Update 2569) - CareMatePro Blog

ศูนย์ดูแล
Home > Blog >ศูนย์ดูแล > รวม 10 ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care) ดูแลด้วยหัวใจ มอบวาระสุดท้ายที่สง่างาม (Update 2569)
ศูนย์ดูแล
cmp blog palliative care

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่การรักษาในโรงพยาบาลเพื่อหวังผลให้หายขาด อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ความสำคัญจึงเปลี่ยนมาอยู่ที่การ ดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) หรือการทำให้ผู้ป่วยมีความสุขกาย สบายใจ และปราศจากความเจ็บปวดมากที่สุดในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

การมองหา ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องที่น่าเศร้าเสมอไป แต่มันคือการวางแผนเพื่อให้คนที่คุณรักได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด (Quality of Life) ท่ามกลางการดูแลของทีมสหวิชาชีพ วันนี้ CareMatePro รวบรวมสถานที่และแนวทางการดูแลเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของทุกครอบครัวครับ

เนื้อหาที่คุณจะได้อ่านในบทความนี้

Palliative Care คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญในช่วงเวลาสุดท้าย

การดูแลแบบประคับประคองไม่ใช่การยอมแพ้หรือหยุดการรักษา แต่คือการรักษาที่เน้นการจัดการกับความเจ็บปวด (Pain Management) และความทุกข์ทรมานด้านจิตใจ โดยครอบคลุมทั้งเรื่อง

  • ทางกาย: บรรเทาอาการหอบเหนื่อย ปวด แผลกดทับ และอาการไม่พึงประสงค์จากโรค
  • ทางจิตใจ: ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวยอมรับความจริง ลดความวิตกกังวล
  • จิตวิญญาณ: การสานต่อเจตนารมณ์สุดท้าย หรือการจากไปอย่างสงบตามความเชื่อของแต่ละบุคคล

รวม 10 ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและสถานภิบาลชั้นนำ (Update 2569)

1. ศูนย์ชีวาภิบาล (Cheewabhibaln Palliative Care Center) – รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

หน่วยงานภายใต้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

  • จุดเด่น: มีทีมแพทย์และอาสาสมัครที่เชี่ยวชาญการดูแลเชิงลึก ทั้งร่างกายและจิตใจ
  • ค่าบริการ: อ้างอิงตามสิทธิการรักษาของโรงพยาบาลรัฐ
  • พิกัด: เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: kcmh.chulalongkornhospital.go.th

2. ศูนย์ชีวาภิบาล (ศูนย์บริรักษ์) โรงพยาบาลศิริราช

เน้นการบรรเทาอาการเจ็บปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต มีเครือข่ายส่งต่อการดูแลไปยังศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก (เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ)

  • จุดเด่น: เน้นการจัดการอาการรบกวน เช่น ความปวด ความเหนื่อย หรือความกังวล เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดจนถึงวาระสุดท้าย มีทีมแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และอาสาสมัครที่ทำกิจกรรมบำบัด
  • ค่าบริการ และสิทธิการรักษาพยาบาล: ค่าใช้จ่ายอ้างอิงตามสิทธิสวัสดิการของรัฐ (เช่น สิทธิบัตรทอง, สิทธิข้าราชการ) ภายใต้ระเบียบของโรงพยาบาลศิริราช
  • พิกัด: อาคาร 10 ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช เลขที่ 2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
  • เบอร์โทรศัพท์: 02-419-9679 ถึง 80
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: Facebook Page Siriraj Palliative Care Center 

3. ศูนย์ธรรมรักษ์ (โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ)

Hospice Care แห่งแรกๆ ในไทยที่เป็นต้นแบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างเป็นระบบเน้นการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาสุดท้ายและจากไปอย่างสงบตามวิถีธรรมชาติ ไม่มีการยื้อชีวิตให้ทรมาน

  • จุดเด่น: ดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach) มีทีมสหวิชาชีพทั้งแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา ไปจนถึงอาสาสมัคร ที่ไม่ได้ดูแลแค่ความเจ็บปวดทางกาย (Pain Management) สภาพแวดล้อมเงียบสงบ ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนและดูแลจิตใจโดยเฉพาะ
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นศูนย์ภายใต้การบริหารของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการให้ยา จึงสามารถเบิกจ่ายตามสิทธิการรักษาของรัฐได้ (เช่น สิทธิข้าราชการ หรือสิทธิบัตรทอง สำหรับดูแลผู้ป่วยระยะท้าย)
    • หมายเหตุ: อาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการพิเศษส่วนเกินสิทธิ แนะนำให้ญาติประเมินงบประมาณและตรวจสอบสิทธิกับทางศูนย์โดยตรง
  • พิกัด: เลขที่ 28 ซอยคลองหลวง 25 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต)
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: www.hospital.tu.ac.th

4. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการดูแลแบบประคับประคอง (รพ.รามาธิบดี)

คลินิกการวางแผนดูแลล่วงหน้า (Advance Care Planning Clinic) โดดเด่นเรื่องการเปิดพื้นที่ให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนการดูแลล่วงหน้า (Living Will) ร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อให้การรักษาในช่วงท้ายของชีวิตตรงกับเจตนารมณ์ของผู้ป่วยอย่างแท้จริงการดูแลแบบบูรณาการตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ได้รอให้ถึงระยะสุดท้าย แต่สามารถเริ่มให้การดูแลแบบประคับประคองควบคู่ไปกับการรักษาหลัก (เช่น โรคมะเร็ง) เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยตั้งแต่เนิ่นๆ

  • จุดเด่น: มาตรฐานการแพทย์ระดับสากล มีทีมสหวิชาชีพที่เชี่ยวชาญด้าน Palliative Care โดยเฉพาะ เน้นการจัดการความเจ็บปวด (Pain Management) ควบคู่ไปกับการดูแลด้านจิตวิญญาณ
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลรัฐ ค่าบริการจึงอ้างอิงตามสิทธิการรักษาพยาบาลของรัฐ (เช่น สิทธิข้าราชการ, ประกันสังคม, บัตรทอง ตามเงื่อนไขการส่งตัว)
    • หมายเหตุ: หากมีความประสงค์เลือกพักในห้องพิเศษหรืออาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ จะมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินตามอัตราที่โรงพยาบาลกำหนด (ห้องพักสามัญเริ่มต้นที่หลักร้อย ไปจนถึงห้องพิเศษหลักพันบาทขึ้นไป)
  • พิกัด: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ 270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: rama.mahidol.ac.th

5. เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม (YeunYen Palliative Care)

ก่อตั้งโดย ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร เน้นการดูแลที่บ้านเพื่อให้ผู้ป่วยจากไปในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย

  • จุดเด่น: ให้คำปรึกษาการทำ Living Will และการดูแลที่บ้านแบบไม่ใช้สายยาง
    • เน้นการดูแลที่บ้าน (Home Palliative Care): ให้บริการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองถึงที่บ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างมีความสุข ท่ามกลางครอบครัว และจากไปอย่างสงบ
    • ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: ดำเนินงานโดยทีมแพทย์ (นำโดย ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร) และอาสาสมัคร
    • จัดการความปวดและจิตใจ: เน้นการให้ยาบรรเทาปวดอย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้ป่วยทรมานน้อยที่สุด พร้อมให้คำปรึกษาครอบครัวเพื่อลดความกังวล
  • ค่าบริการ:
    • เป็นรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) โดยจะมีการเก็บค่าบริการจากการเข้านัดหมายและเยี่ยมให้คำปรึกษาที่บ้าน เพื่อนำทุนมาหมุนเวียนดูแลผู้ป่วยท่านอื่น
    • สำหรับผู้ป่วยที่ขัดข้องทางการเงิน ทางเยือนเย็นมีนโยบายช่วยเหลือและยินดีช่วยดูแลอุปถัมภ์เป็นรายกรณี (หมายเหตุ: ข้อมูลอ้างอิงภายนอกระบุค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจนจบเคสประมาณ 15,000 บาท แนะนำให้ให้ติดต่อประเมินตามอาการจริงของผู้ป่วย)
  • พิกัด: 91/1045 หมู่ที่ 11 ถนนรามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
  • เบอร์โทรศัพท์: 092-375-0555, 080-776-6712
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: yuenyen-se.com

6. โรงพยาบาลมหาสารคาม (ศูนย์ประคับประคอง)

หนึ่งในต้นแบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในส่วนภูมิภาคที่มีระบบเครือข่ายดีเยี่ยม เน้นการวางแผนครอบครัว (Family Meeting) มีการจัดทำ Advance Care Plan ล่วงหน้า เพื่อรับฟังความต้องการของผู้ป่วยและญาติอย่างแท้จริง ช่วยลดความขัดแย้งและคลายความกังวลใจของครอบครัว

  • จุดเด่น: โดดเด่นในเรื่องการส่งต่อกลับบ้าน (Hospital to Community) มีระบบประสานงานเครือข่ายที่เข้มแข็งมาก หากผู้ป่วยและญาติต้องการกลับไปใช้ช่วงเวลาสุดท้ายที่บ้าน ทางโรงพยาบาลมีระบบ Home Ward และรถรับ-ส่ง พร้อมทีมแพทย์ติดตามอาการที่บ้านผ่านระบบ Telemedicine
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลศูนย์ของรัฐบาล ค่าบริการจึงสามารถ ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลของรัฐ (เช่น สิทธิบัตรทอง หรือสิทธิข้าราชการ) ได้ครอบคลุม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงท้ายของชีวิตได้เป็นอย่างดี
    • กรณีกลับไปดูแลที่บ้านแบบ Home Ward หรือ Home Care ก็ยังอยู่ในระบบการดูแลของรัฐ
  • พิกัด: โรงพยาบาลมหาสารคาม เลขที่ 168 ถนนผดุงวิถี ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: mkh.go.th

7. ศูนย์บริบาลผู้ป่วย อโรคยศาล วัดคำประมง (ศูนย์บริบาลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย)

สถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ต้นแบบสถานชีวาภิบาลแห่งแรกของไทยเป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานด้านมะเร็ง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดูแลแบบผสมผสานระหว่างแพทย์แผนปัจจุบัน สมุนไพรไทย และธรรมะบำบัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (จ.สกลนคร)

  • จุดเด่น: การรักษาแบบองค์รวม (Holistic Care) โดดเด่นด้วยการใช้สมุนไพรไทย ควบคู่ไปกับธรรมะบำบัด (เช่น สมาธิบำบัด, มนตราบำบัด, ชี่กงวิถีไทย) และดนตรีบำบัด เพื่อเยียวยาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
  • ค่าบริการ:
    • ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น: ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง โดยค่าใช้จ่ายในการดูแล ค่ายาสมุนไพร และอาหาร จะดำเนินการผ่านกองทุนที่ได้รับจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา
    • (หมายเหตุ: ผู้ป่วยและญาติที่ไปพักรักษาตัว ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และพักรักษาตัวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป ตามระเบียบของศูนย์)
  • พิกัด: มหาวิหาร วัดคำประมง ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: khampramong.org

8. โรงพยาบาลพญาไท ศูนย์ Palliative

นวัตกรรมจัดการความปวด (Pain Management) มีการนำทางเลือกใหม่ทางการแพทย์มาใช้ เช่น โครงการ CBD First For Palliative Care ที่ศูนย์มะเร็งอายุรวิวัฒน์ (รพ.พญาไท นวมินทร์) ซึ่งใช้สารสกัด CBD ทางการแพทย์เพื่อช่วยลดความเจ็บปวด คลายกังวล และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยระยะท้าย

  • จุดเด่น: การดูแลแบบองค์รวมระดับพรีเมียม ดูแลครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย (ลดอาการปวด/หอบเหนื่อย) จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ โดยให้ความสำคัญกับ Living Will (ความต้องการของผู้ป่วย) เป็นอันดับหนึ่ง มีทีมสหวิชาชีพและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีแพทย์เฉพาะทาง พยาบาลวิชาชีพ และนักโภชนาการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ในสภาพแวดล้อมที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง สะดวกสบายเทียบเท่าโรงแรมเพื่อลดความเครียดของทั้งผู้ป่วยและญาติ
  • ค่าบริการ:
    • เป็นรูปแบบแพ็กเกจเหมาจ่ายของโรงพยาบาลเอกชน (Palliative Care Package) ซึ่งราคาจะครอบคลุมค่าห้องพักมาตรฐาน ค่าบริการพยาบาล ค่าอาหาร และค่าแพทย์ตรวจเยี่ยมประจำวัน
    • หมายเหตุ: ราคาจะขึ้นอยู่กับสาขาและรอยโรคของผู้ป่วยจากการประเมินของแพทย์ (แนะนำให้ติดต่อสอบถามแพ็กเกจกับทางโรงพยาบาลโดยตรง)
  • พิกัด: ให้บริการในเครือโรงพยาบาลพญาไทหลายสาขา โดยสาขาที่โดดเด่นด้านนี้ เช่น
    • รพ.พญาไท นวมินทร์ (ศูนย์มะเร็งอายุรวิวัฒน์ – Beyond Health Center): โทร 02-944-7111
    • รพ.พญาไท 3 (ศูนย์มีสุข): โทร 02-467-1111
    • รพ.พญาไท 1 (ศูนย์ชีวีสุข): โทร 02-201-4600
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: phyathai.com

9. ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม (Cheevamitr)

แม้จะไม่ได้เป็นศูนย์รับผู้ป่วยโดยตรง แต่เป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา แนะนำเครือข่าย Palliative Care และช่วยวางแผนคุณภาพชีวิตระยะท้าย ศูนย์กลางความรู้และเครือข่าย ชีวามิตรไม่ได้เป็นสถานพยาบาลรับผู้ป่วยค้างคืน แต่เป็น “องค์กรเพื่อนคู่คิด” ที่ให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) และช่วยประสานงานหาเตียง หาอุปกรณ์ หรือส่งต่อเครือข่ายดูแลที่บ้าน

  • จุดเด่น: วางแผน “อยู่ดีและตายดี” โดดเด่นเรื่องการให้คำปรึกษาการทำพินัยกรรมชีวิต (Living Will) หรือการแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาที่เพียงเพื่อยืดความตาย (ตามมาตรา 12) เพื่อให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดูแลครบ 5 มิติ ให้คำแนะนำครอบคลุมทั้งมิติทางแพทย์ จิตใจ สังคม/การสื่อสาร กฎหมาย และเศรษฐกิจ (การเตรียมพร้อมด้านการเงิน)
  • ค่าบริการ:
    • ปรึกษาฟรี / องค์กรไม่แสวงหากำไร: การขอรับข้อมูลความรู้ การปรึกษาเรื่องสิทธิกฎหมายระยะท้าย หรือการเข้าร่วมฟังสัมมนาให้ความรู้ต่างๆ มักเป็นบริการฟรีเพื่อสังคม
    • หมายเหตุ: หากมีการส่งต่อเครือข่ายทางการแพทย์ (เช่น เรียกทีมแพทย์ไปดูอาการที่บ้าน) จะมีค่าใช้จ่ายตามจริงของหน่วยงานปลายทางนั้นๆ
  • พิกัด:
    • เนื่องจากเน้นการทำงานเชิงให้ความรู้และประสานงาน จึงให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์และการจัดกิจกรรมเป็นหลัก
    • ที่ตั้งสำนักงาน (ส่วนกลาง): – 3/88-89 ซ.ส.เกียรติชัย 1 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
  • รายละเอียดเพิ่มเติม:

10. Chersery Home (เฌอศิริโฮม) – Palliative Unit

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเอกชนที่มีโซนเฉพาะสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ดูแลครอบคลุมถึงครอบครัว มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมพลังใจ (เช่น การร่วมมือกับองค์กรต่างๆ จัดกิจกรรม Palliative Care) เพื่อให้คำปรึกษาและเยียวยาจิตใจของญาติผู้ดูแลให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

  • จุดเด่น: การดูแลด้วยทีมสหวิชาชีพแบบ 24 ชั่วโมง ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พยาบาลวิชาชีพ และนักเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่เน้นการจัดการความเจ็บปวด (Pain Management) อย่างทันท่วงที มีกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระดับพรีเมียม ค่าบริการรายเดือนมักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 45,000 – 85,000 บาทขึ้นไป
    • หมายเหตุ: ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทห้องพัก (ห้องเดี่ยว/ห้องรวม) และระดับความต้องการการดูแลทางการแพทย์ของผู้ป่วย ซึ่งต้องมีการประเมินโดยแพทย์ก่อนเข้าพัก
  • พิกัด:
    • สาขาพระราม 2 – บางบอน: Chersery Home International
    • สาขาสุขุมวิท 107: Baan Thamachart by Chersery Home
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: Chersery Home

เลือกศูนย์ดูแล vs ดูแลที่บ้าน (Hospice at Home)

หลายครอบครัวมักลังเลว่าจะเลือกทางไหนดี CareMatePro สรุปมาให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้

  • เลือกศูนย์ (Hospice/Nursing Home): เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีอุปกรณ์การแพทย์ที่บ้านไม่เพียงพอ เช่น เครื่องช่วยหายใจ หรือผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรงที่ต้องได้รับยาควบคุมโดยพยาบาลตลอดเวลา
  • เลือกดูแลที่บ้าน (Home Care): เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และต้องการอยู่ท่ามกลางลูกหลาน ข้อมูลวิจัยระบุว่าผู้ป่วยระยะท้ายจะมีความเครียดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเมื่อต้องดูแลผู้ป่วย Palliative Care

  1. ความเข้าใจเรื่อง Living Will: การทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตาย (มาตรา 12 พรบ.สุขภาพแห่งชาติ)
  2. การจัดการความปวด: การเตรียมยาแก้ปวดกลุ่มมอร์ฟีน (ภายใต้คำสั่งแพทย์)
  3. การดูแลความสะอาด: การเช็ดตัว การดูแลช่องปาก และการเปลี่ยนท่านอนเพื่อป้องกันแผลกดทับ
  4. การสื่อสารในครอบครัว: การเปิดใจพูดคุยถึงสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการก่อนจากไป

เปรียบเทียบราคาและบริการ

ประเภทสถานบริการช่วงราคาต่อเดือนบริการเด่น
รพ. รัฐบาล10,000 – 30,000เน้นการรักษาตามอาการและสิทธิบัตรทอง
รพ. เอกชน100,000++บริการระดับพรีเมียม และเทคโนโลยีจัดการปวด
Nursing Home เฉพาะทาง45,000 – 80,000ดูแลใกล้ชิด มีนักกิจกรรมบำบัด
จ้างผู้ดูแลที่บ้าน (CareMatePro)18,000 – 35,000ดูแล 1:1 ในบ้าน ช่วยให้ผู้ป่วยไม่เหงา

*โปรดตรวจสอบค่าบริการกับโรงพยาบาลหรือศูนย์บริการโดยตรงอีกครั้ง

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกศูนย์ดูแลหรือการดูแลที่บ้าน เป้าหมายสูงสุดคือความรักและการให้เกียรติผู้ป่วย การมีคนดูแลที่มีความเข้าใจในธรรมชาติของโรคและมีความอ่อนโยน จะช่วยให้ช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้กลายเป็นความทรงจำที่สวยงามของครอบครัว

ให้ CareMatePro ช่วยดูแลคนที่คุณรักในช่วงเวลาสำคัญ

เราเข้าใจดีว่าการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายนั้นใช้พลังกายและพลังใจมหาศาล หากคุณเลือกที่จะให้ท่านได้พักผ่อนที่บ้านอย่างอบอุ่น แต่กังวลเรื่องการดูแลที่ถูกต้อง CareMatePro พร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้คุณพบกับ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยประคับประคอง

ผู้ดูแลของเราจะช่วยดูแลทั้งเรื่องกิจวัตรประจำวัน ประคองสภาพจิตใจ และช่วยให้คุณได้ทำหน้าที่ลูกหรือคนรักได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงานบริบาลที่ซับซ้อน

เริ่มต้นค้นหาผู้ดูแลที่เป็นมากกว่าคนแปลกหน้า แต่คือเพื่อนคู่คิดของครอบครัว หาคนดูแลผู้สูงอายุกับ CareMatePro

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

  • ศูนย์ธรรมรักษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
  • สมาคมบริบาลประคับประคองไทย (Thai Palliative Care Society)
  • พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12
  • การสำรวจราคาตลาดกลุ่ม Nursing Home และ Home Care ปี 2569
  • งานวิจัยและระบบชีวาภิบาล: วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม (หัวข้อ: การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลมหาสารคาม)

About Carematepro Editor

Healthcare professional and content creator at CareMatePro.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *