ศูนย์ดูแล

รวม 10 ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care) ดูแลด้วยหัวใจ มอบวาระสุดท้ายที่สง่างาม (Update 2569)

รวม 10 ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care) ดูแลด้วยหัวใจ มอบวาระสุดท้ายที่สง่างาม (Update 2569)
  1. เนื้อหาที่คุณจะได้อ่านในบทความนี้
  2. Palliative Care คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญในช่วงเวลาสุดท้าย
  3. รวม 10 ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและสถานภิบาลชั้นนำ (Update 2569)
  4. 1. ศูนย์ชีวาภิบาล (Cheewabhibaln Palliative Care Center) – รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
  5. 2. ศูนย์ชีวาภิบาล (ศูนย์บริรักษ์) โรงพยาบาลศิริราช
  6. 3. ศูนย์ธรรมรักษ์ (โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ)
  7. 4. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการดูแลแบบประคับประคอง (รพ.รามาธิบดี)
  8. 5. เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม (YeunYen Palliative Care)
  9. 6. โรงพยาบาลมหาสารคาม (ศูนย์ประคับประคอง)
  10. 7. ศูนย์บริบาลผู้ป่วย อโรคยศาล วัดคำประมง (ศูนย์บริบาลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย)
  11. 8. โรงพยาบาลพญาไท ศูนย์ Palliative
  12. 9. ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม (Cheevamitr)
  13. 10. Chersery Home (เฌอศิริโฮม) – Palliative Unit
  14. เลือกศูนย์ดูแล vs ดูแลที่บ้าน (Hospice at Home)
  15. สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเมื่อต้องดูแลผู้ป่วย Palliative Care
  16. เปรียบเทียบราคาและบริการ
  17. ให้ CareMatePro ช่วยดูแลคนที่คุณรักในช่วงเวลาสำคัญ

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่การรักษาในโรงพยาบาลเพื่อหวังผลให้หายขาด อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ความสำคัญจึงเปลี่ยนมาอยู่ที่การ ดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) หรือการทำให้ผู้ป่วยมีความสุขกาย สบายใจ และปราศจากความเจ็บปวดมากที่สุดในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

การมองหา ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องที่น่าเศร้าเสมอไป แต่มันคือการวางแผนเพื่อให้คนที่คุณรักได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด (Quality of Life) ท่ามกลางการดูแลของทีมสหวิชาชีพ วันนี้ CareMatePro รวบรวมสถานที่และแนวทางการดูแลเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของทุกครอบครัวครับ

เนื้อหาที่คุณจะได้อ่านในบทความนี้

Palliative Care คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญในช่วงเวลาสุดท้าย

การดูแลแบบประคับประคองไม่ใช่การยอมแพ้หรือหยุดการรักษา แต่คือการรักษาที่เน้นการจัดการกับความเจ็บปวด (Pain Management) และความทุกข์ทรมานด้านจิตใจ โดยครอบคลุมทั้งเรื่อง

  • ทางกาย: บรรเทาอาการหอบเหนื่อย ปวด แผลกดทับ และอาการไม่พึงประสงค์จากโรค
  • ทางจิตใจ: ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวยอมรับความจริง ลดความวิตกกังวล
  • จิตวิญญาณ: การสานต่อเจตนารมณ์สุดท้าย หรือการจากไปอย่างสงบตามความเชื่อของแต่ละบุคคล

รวม 10 ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและสถานภิบาลชั้นนำ (Update 2569)

1. ศูนย์ชีวาภิบาล (Cheewabhibaln Palliative Care Center) – รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

หน่วยงานภายใต้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

  • จุดเด่น: มีทีมแพทย์และอาสาสมัครที่เชี่ยวชาญการดูแลเชิงลึก ทั้งร่างกายและจิตใจ
  • ค่าบริการ: อ้างอิงตามสิทธิการรักษาของโรงพยาบาลรัฐ
  • พิกัด: เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: kcmh.chulalongkornhospital.go.th

2. ศูนย์ชีวาภิบาล (ศูนย์บริรักษ์) โรงพยาบาลศิริราช

เน้นการบรรเทาอาการเจ็บปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต มีเครือข่ายส่งต่อการดูแลไปยังศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก (เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ)

  • จุดเด่น: เน้นการจัดการอาการรบกวน เช่น ความปวด ความเหนื่อย หรือความกังวล เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดจนถึงวาระสุดท้าย มีทีมแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และอาสาสมัครที่ทำกิจกรรมบำบัด
  • ค่าบริการ และสิทธิการรักษาพยาบาล: ค่าใช้จ่ายอ้างอิงตามสิทธิสวัสดิการของรัฐ (เช่น สิทธิบัตรทอง, สิทธิข้าราชการ) ภายใต้ระเบียบของโรงพยาบาลศิริราช
  • พิกัด: อาคาร 10 ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช เลขที่ 2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
  • เบอร์โทรศัพท์: 02-419-9679 ถึง 80
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: Facebook Page Siriraj Palliative Care Center 

3. ศูนย์ธรรมรักษ์ (โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ)

Hospice Care แห่งแรกๆ ในไทยที่เป็นต้นแบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างเป็นระบบเน้นการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาสุดท้ายและจากไปอย่างสงบตามวิถีธรรมชาติ ไม่มีการยื้อชีวิตให้ทรมาน

  • จุดเด่น: ดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach) มีทีมสหวิชาชีพทั้งแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา ไปจนถึงอาสาสมัคร ที่ไม่ได้ดูแลแค่ความเจ็บปวดทางกาย (Pain Management) สภาพแวดล้อมเงียบสงบ ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนและดูแลจิตใจโดยเฉพาะ
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นศูนย์ภายใต้การบริหารของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการให้ยา จึงสามารถเบิกจ่ายตามสิทธิการรักษาของรัฐได้ (เช่น สิทธิข้าราชการ หรือสิทธิบัตรทอง สำหรับดูแลผู้ป่วยระยะท้าย)
    • หมายเหตุ: อาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการพิเศษส่วนเกินสิทธิ แนะนำให้ญาติประเมินงบประมาณและตรวจสอบสิทธิกับทางศูนย์โดยตรง
  • พิกัด: เลขที่ 28 ซอยคลองหลวง 25 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต)
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: www.hospital.tu.ac.th

4. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการดูแลแบบประคับประคอง (รพ.รามาธิบดี)

คลินิกการวางแผนดูแลล่วงหน้า (Advance Care Planning Clinic) โดดเด่นเรื่องการเปิดพื้นที่ให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนการดูแลล่วงหน้า (Living Will) ร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อให้การรักษาในช่วงท้ายของชีวิตตรงกับเจตนารมณ์ของผู้ป่วยอย่างแท้จริงการดูแลแบบบูรณาการตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ได้รอให้ถึงระยะสุดท้าย แต่สามารถเริ่มให้การดูแลแบบประคับประคองควบคู่ไปกับการรักษาหลัก (เช่น โรคมะเร็ง) เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยตั้งแต่เนิ่นๆ

  • จุดเด่น: มาตรฐานการแพทย์ระดับสากล มีทีมสหวิชาชีพที่เชี่ยวชาญด้าน Palliative Care โดยเฉพาะ เน้นการจัดการความเจ็บปวด (Pain Management) ควบคู่ไปกับการดูแลด้านจิตวิญญาณ
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลรัฐ ค่าบริการจึงอ้างอิงตามสิทธิการรักษาพยาบาลของรัฐ (เช่น สิทธิข้าราชการ, ประกันสังคม, บัตรทอง ตามเงื่อนไขการส่งตัว)
    • หมายเหตุ: หากมีความประสงค์เลือกพักในห้องพิเศษหรืออาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ จะมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินตามอัตราที่โรงพยาบาลกำหนด (ห้องพักสามัญเริ่มต้นที่หลักร้อย ไปจนถึงห้องพิเศษหลักพันบาทขึ้นไป)
  • พิกัด: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ 270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: rama.mahidol.ac.th

5. เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม (YeunYen Palliative Care)

ก่อตั้งโดย ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร เน้นการดูแลที่บ้านเพื่อให้ผู้ป่วยจากไปในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย

  • จุดเด่น: ให้คำปรึกษาการทำ Living Will และการดูแลที่บ้านแบบไม่ใช้สายยาง
    • เน้นการดูแลที่บ้าน (Home Palliative Care): ให้บริการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองถึงที่บ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างมีความสุข ท่ามกลางครอบครัว และจากไปอย่างสงบ
    • ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: ดำเนินงานโดยทีมแพทย์ (นำโดย ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร) และอาสาสมัคร
    • จัดการความปวดและจิตใจ: เน้นการให้ยาบรรเทาปวดอย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้ป่วยทรมานน้อยที่สุด พร้อมให้คำปรึกษาครอบครัวเพื่อลดความกังวล
  • ค่าบริการ:
    • เป็นรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) โดยจะมีการเก็บค่าบริการจากการเข้านัดหมายและเยี่ยมให้คำปรึกษาที่บ้าน เพื่อนำทุนมาหมุนเวียนดูแลผู้ป่วยท่านอื่น
    • สำหรับผู้ป่วยที่ขัดข้องทางการเงิน ทางเยือนเย็นมีนโยบายช่วยเหลือและยินดีช่วยดูแลอุปถัมภ์เป็นรายกรณี (หมายเหตุ: ข้อมูลอ้างอิงภายนอกระบุค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจนจบเคสประมาณ 15,000 บาท แนะนำให้ให้ติดต่อประเมินตามอาการจริงของผู้ป่วย)
  • พิกัด: 91/1045 หมู่ที่ 11 ถนนรามอินทรา แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
  • เบอร์โทรศัพท์: 092-375-0555, 080-776-6712
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: yuenyen-se.com

6. โรงพยาบาลมหาสารคาม (ศูนย์ประคับประคอง)

หนึ่งในต้นแบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในส่วนภูมิภาคที่มีระบบเครือข่ายดีเยี่ยม เน้นการวางแผนครอบครัว (Family Meeting) มีการจัดทำ Advance Care Plan ล่วงหน้า เพื่อรับฟังความต้องการของผู้ป่วยและญาติอย่างแท้จริง ช่วยลดความขัดแย้งและคลายความกังวลใจของครอบครัว

  • จุดเด่น: โดดเด่นในเรื่องการส่งต่อกลับบ้าน (Hospital to Community) มีระบบประสานงานเครือข่ายที่เข้มแข็งมาก หากผู้ป่วยและญาติต้องการกลับไปใช้ช่วงเวลาสุดท้ายที่บ้าน ทางโรงพยาบาลมีระบบ Home Ward และรถรับ-ส่ง พร้อมทีมแพทย์ติดตามอาการที่บ้านผ่านระบบ Telemedicine
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลศูนย์ของรัฐบาล ค่าบริการจึงสามารถ ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลของรัฐ (เช่น สิทธิบัตรทอง หรือสิทธิข้าราชการ) ได้ครอบคลุม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงท้ายของชีวิตได้เป็นอย่างดี
    • กรณีกลับไปดูแลที่บ้านแบบ Home Ward หรือ Home Care ก็ยังอยู่ในระบบการดูแลของรัฐ
  • พิกัด: โรงพยาบาลมหาสารคาม เลขที่ 168 ถนนผดุงวิถี ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: mkh.go.th

7. ศูนย์บริบาลผู้ป่วย อโรคยศาล วัดคำประมง (ศูนย์บริบาลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย)

สถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ต้นแบบสถานชีวาภิบาลแห่งแรกของไทยเป็นโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานด้านมะเร็ง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดูแลแบบผสมผสานระหว่างแพทย์แผนปัจจุบัน สมุนไพรไทย และธรรมะบำบัด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (จ.สกลนคร)

  • จุดเด่น: การรักษาแบบองค์รวม (Holistic Care) โดดเด่นด้วยการใช้สมุนไพรไทย ควบคู่ไปกับธรรมะบำบัด (เช่น สมาธิบำบัด, มนตราบำบัด, ชี่กงวิถีไทย) และดนตรีบำบัด เพื่อเยียวยาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
  • ค่าบริการ:
    • ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น: ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง โดยค่าใช้จ่ายในการดูแล ค่ายาสมุนไพร และอาหาร จะดำเนินการผ่านกองทุนที่ได้รับจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา
    • (หมายเหตุ: ผู้ป่วยและญาติที่ไปพักรักษาตัว ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และพักรักษาตัวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป ตามระเบียบของศูนย์)
  • พิกัด: มหาวิหาร วัดคำประมง ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร 47130
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: khampramong.org

8. โรงพยาบาลพญาไท ศูนย์ Palliative

นวัตกรรมจัดการความปวด (Pain Management) มีการนำทางเลือกใหม่ทางการแพทย์มาใช้ เช่น โครงการ CBD First For Palliative Care ที่ศูนย์มะเร็งอายุรวิวัฒน์ (รพ.พญาไท นวมินทร์) ซึ่งใช้สารสกัด CBD ทางการแพทย์เพื่อช่วยลดความเจ็บปวด คลายกังวล และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยระยะท้าย

  • จุดเด่น: การดูแลแบบองค์รวมระดับพรีเมียม ดูแลครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย (ลดอาการปวด/หอบเหนื่อย) จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ โดยให้ความสำคัญกับ Living Will (ความต้องการของผู้ป่วย) เป็นอันดับหนึ่ง มีทีมสหวิชาชีพและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีแพทย์เฉพาะทาง พยาบาลวิชาชีพ และนักโภชนาการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ในสภาพแวดล้อมที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง สะดวกสบายเทียบเท่าโรงแรมเพื่อลดความเครียดของทั้งผู้ป่วยและญาติ
  • ค่าบริการ:
    • เป็นรูปแบบแพ็กเกจเหมาจ่ายของโรงพยาบาลเอกชน (Palliative Care Package) ซึ่งราคาจะครอบคลุมค่าห้องพักมาตรฐาน ค่าบริการพยาบาล ค่าอาหาร และค่าแพทย์ตรวจเยี่ยมประจำวัน
    • หมายเหตุ: ราคาจะขึ้นอยู่กับสาขาและรอยโรคของผู้ป่วยจากการประเมินของแพทย์ (แนะนำให้ติดต่อสอบถามแพ็กเกจกับทางโรงพยาบาลโดยตรง)
  • พิกัด: ให้บริการในเครือโรงพยาบาลพญาไทหลายสาขา โดยสาขาที่โดดเด่นด้านนี้ เช่น
    • รพ.พญาไท นวมินทร์ (ศูนย์มะเร็งอายุรวิวัฒน์ – Beyond Health Center): โทร 02-944-7111
    • รพ.พญาไท 3 (ศูนย์มีสุข): โทร 02-467-1111
    • รพ.พญาไท 1 (ศูนย์ชีวีสุข): โทร 02-201-4600
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: phyathai.com

9. ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม (Cheevamitr)

แม้จะไม่ได้เป็นศูนย์รับผู้ป่วยโดยตรง แต่เป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา แนะนำเครือข่าย Palliative Care และช่วยวางแผนคุณภาพชีวิตระยะท้าย ศูนย์กลางความรู้และเครือข่าย ชีวามิตรไม่ได้เป็นสถานพยาบาลรับผู้ป่วยค้างคืน แต่เป็น “องค์กรเพื่อนคู่คิด” ที่ให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) และช่วยประสานงานหาเตียง หาอุปกรณ์ หรือส่งต่อเครือข่ายดูแลที่บ้าน

  • จุดเด่น: วางแผน “อยู่ดีและตายดี” โดดเด่นเรื่องการให้คำปรึกษาการทำพินัยกรรมชีวิต (Living Will) หรือการแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาที่เพียงเพื่อยืดความตาย (ตามมาตรา 12) เพื่อให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดูแลครบ 5 มิติ ให้คำแนะนำครอบคลุมทั้งมิติทางแพทย์ จิตใจ สังคม/การสื่อสาร กฎหมาย และเศรษฐกิจ (การเตรียมพร้อมด้านการเงิน)
  • ค่าบริการ:
    • ปรึกษาฟรี / องค์กรไม่แสวงหากำไร: การขอรับข้อมูลความรู้ การปรึกษาเรื่องสิทธิกฎหมายระยะท้าย หรือการเข้าร่วมฟังสัมมนาให้ความรู้ต่างๆ มักเป็นบริการฟรีเพื่อสังคม
    • หมายเหตุ: หากมีการส่งต่อเครือข่ายทางการแพทย์ (เช่น เรียกทีมแพทย์ไปดูอาการที่บ้าน) จะมีค่าใช้จ่ายตามจริงของหน่วยงานปลายทางนั้นๆ
  • พิกัด:
    • เนื่องจากเน้นการทำงานเชิงให้ความรู้และประสานงาน จึงให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์และการจัดกิจกรรมเป็นหลัก
    • ที่ตั้งสำนักงาน (ส่วนกลาง): – 3/88-89 ซ.ส.เกียรติชัย 1 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
  • รายละเอียดเพิ่มเติม:

10. Chersery Home (เฌอศิริโฮม) – Palliative Unit

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเอกชนที่มีโซนเฉพาะสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ดูแลครอบคลุมถึงครอบครัว มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมพลังใจ (เช่น การร่วมมือกับองค์กรต่างๆ จัดกิจกรรม Palliative Care) เพื่อให้คำปรึกษาและเยียวยาจิตใจของญาติผู้ดูแลให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

  • จุดเด่น: การดูแลด้วยทีมสหวิชาชีพแบบ 24 ชั่วโมง ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พยาบาลวิชาชีพ และนักเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่เน้นการจัดการความเจ็บปวด (Pain Management) อย่างทันท่วงที มีกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย
  • ค่าบริการ:
    • เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระดับพรีเมียม ค่าบริการรายเดือนมักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 45,000 – 85,000 บาทขึ้นไป
    • หมายเหตุ: ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทห้องพัก (ห้องเดี่ยว/ห้องรวม) และระดับความต้องการการดูแลทางการแพทย์ของผู้ป่วย ซึ่งต้องมีการประเมินโดยแพทย์ก่อนเข้าพัก
  • พิกัด:
    • สาขาพระราม 2 – บางบอน: Chersery Home International
    • สาขาสุขุมวิท 107: Baan Thamachart by Chersery Home
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: Chersery Home

เลือกศูนย์ดูแล vs ดูแลที่บ้าน (Hospice at Home)

หลายครอบครัวมักลังเลว่าจะเลือกทางไหนดี CareMatePro สรุปมาให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้

  • เลือกศูนย์ (Hospice/Nursing Home): เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีอุปกรณ์การแพทย์ที่บ้านไม่เพียงพอ เช่น เครื่องช่วยหายใจ หรือผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรงที่ต้องได้รับยาควบคุมโดยพยาบาลตลอดเวลา
  • เลือกดูแลที่บ้าน (Home Care): เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และต้องการอยู่ท่ามกลางลูกหลาน ข้อมูลวิจัยระบุว่าผู้ป่วยระยะท้ายจะมีความเครียดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเมื่อต้องดูแลผู้ป่วย Palliative Care

  1. ความเข้าใจเรื่อง Living Will: การทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตาย (มาตรา 12 พรบ.สุขภาพแห่งชาติ)
  2. การจัดการความปวด: การเตรียมยาแก้ปวดกลุ่มมอร์ฟีน (ภายใต้คำสั่งแพทย์)
  3. การดูแลความสะอาด: การเช็ดตัว การดูแลช่องปาก และการเปลี่ยนท่านอนเพื่อป้องกันแผลกดทับ
  4. การสื่อสารในครอบครัว: การเปิดใจพูดคุยถึงสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการก่อนจากไป

เปรียบเทียบราคาและบริการ

ประเภทสถานบริการช่วงราคาต่อเดือนบริการเด่น
รพ. รัฐบาล10,000 – 30,000เน้นการรักษาตามอาการและสิทธิบัตรทอง
รพ. เอกชน100,000++บริการระดับพรีเมียม และเทคโนโลยีจัดการปวด
Nursing Home เฉพาะทาง45,000 – 80,000ดูแลใกล้ชิด มีนักกิจกรรมบำบัด
จ้างผู้ดูแลที่บ้าน (CareMatePro)18,000 – 35,000ดูแล 1:1 ในบ้าน ช่วยให้ผู้ป่วยไม่เหงา

*โปรดตรวจสอบค่าบริการกับโรงพยาบาลหรือศูนย์บริการโดยตรงอีกครั้ง

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกศูนย์ดูแลหรือการดูแลที่บ้าน เป้าหมายสูงสุดคือความรักและการให้เกียรติผู้ป่วย การมีคนดูแลที่มีความเข้าใจในธรรมชาติของโรคและมีความอ่อนโยน จะช่วยให้ช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้กลายเป็นความทรงจำที่สวยงามของครอบครัว

ให้ CareMatePro ช่วยดูแลคนที่คุณรักในช่วงเวลาสำคัญ

เราเข้าใจดีว่าการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายนั้นใช้พลังกายและพลังใจมหาศาล หากคุณเลือกที่จะให้ท่านได้พักผ่อนที่บ้านอย่างอบอุ่น แต่กังวลเรื่องการดูแลที่ถูกต้อง CareMatePro พร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้คุณพบกับ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยประคับประคอง

ผู้ดูแลของเราจะช่วยดูแลทั้งเรื่องกิจวัตรประจำวัน ประคองสภาพจิตใจ และช่วยให้คุณได้ทำหน้าที่ลูกหรือคนรักได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงานบริบาลที่ซับซ้อน

เริ่มต้นค้นหาผู้ดูแลที่เป็นมากกว่าคนแปลกหน้า แต่คือเพื่อนคู่คิดของครอบครัว หาคนดูแลผู้สูงอายุกับ CareMatePro

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

  • ศูนย์ธรรมรักษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
  • สมาคมบริบาลประคับประคองไทย (Thai Palliative Care Society)
  • พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12
  • การสำรวจราคาตลาดกลุ่ม Nursing Home และ Home Care ปี 2569
  • งานวิจัยและระบบชีวาภิบาล: วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม (หัวข้อ: การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลมหาสารคาม)

หาผู้ดูแลผู้สูงอายุ
ผู้ดูแลมืออาชีพ ใกล้บ้านคุณ
ค้นหาเลย
CareMatePro Editor
เขียนโดย
CareMatePro Editor
ดูบทความทั้งหมด