ผู้สูงอายุมีสิทธิรับการดูแลอะไรจากรัฐบ้าง? รวมสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และช่องทางขอความช่วยเหลือที่ควรรู้
- สิทธิของผู้สูงอายุในประเทศไทยมีอะไรบ้าง
- เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
- สิทธิรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ
- การตรวจสุขภาพประจำปี
- บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Home Health Care)
- สิทธิด้านกายภาพบำบัดและฟื้นฟู
- สิทธิรับอุปกรณ์ช่วยเหลือ
- บริการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
- การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long-Term Care)
- สิทธิของผู้ดูแลผู้สูงอายุ
- หากครอบครัวดูแลเองไม่ไหว ควรทำอย่างไร
- ค้นหาผู้ดูแลผู้สูงอายุได้ที่ CareMatePro
ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ทำให้ภาครัฐมีนโยบายและสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทั้งด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาล รายได้ และการดูแลระยะยาว อย่างไรก็ตาม หลายครอบครัวยังไม่ทราบว่าผู้สูงอายุสามารถขอรับสิทธิอะไรได้บ้าง หรือจะติดต่อหน่วยงานใดเมื่อจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักสิทธิและสวัสดิการสำคัญที่ผู้สูงอายุที่สามารถเข้าถึงได้ พร้อมแนะนำช่องทางการขอรับบริการ และแนวทางการดูแลเพิ่มเติมสำหรับครอบครัวที่ต้องการผู้ดูแลมืออาชีพ
สิทธิของผู้สูงอายุในประเทศไทยมีอะไรบ้าง
ภายใต้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสิทธิได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองในหลายด้าน เช่น
- สิทธิด้านสาธารณสุข
- สิทธิด้านสวัสดิการและรายได้
- สิทธิด้านการประกอบอาชีพ
- สิทธิด้านการศึกษาและการเรียนรู้
- สิทธิด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวก
- สิทธิในการได้รับการดูแลเมื่อช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
แม้ว่าสิทธิบางอย่างจะได้รับโดยอัตโนมัติ แต่บางสิทธิต้องมีการลงทะเบียนหรือยื่นคำร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
หนึ่งในสวัสดิการที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด คือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และมีคุณสมบัติตามที่รัฐกำหนด สามารถลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือรายเดือนได้ โดยแบ่งตามช่วงอายุ เช่น
- อายุ 60–69 ปี
- อายุ 70–79 ปี
- อายุ 80–89 ปี
- อายุ 90 ปีขึ้นไป
การลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตามทะเบียนบ้าน
สิทธิรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุทุกคนควรตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลของตนเอง ซึ่งอาจอยู่ภายใต้
- บัตรทอง (หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)
- ประกันสังคม
- สิทธิข้าราชการ
- สิทธิรัฐวิสาหกิจ
สิทธิเหล่านี้ครอบคลุมการรักษาโรคทั่วไป การรับยา การตรวจวินิจฉัย และการฟื้นฟูสมรรถภาพตามเงื่อนไขของแต่ละระบบ
การตรวจสุขภาพประจำปี
ผู้สูงอายุสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพตามสิทธิ เช่น
- ตรวจความดันโลหิต
- ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
- ตรวจไขมัน
- คัดกรองภาวะสมองเสื่อม
- คัดกรองภาวะซึมเศร้า
- ประเมินความเสี่ยงการหกล้ม
การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยค้นหาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนในอนาคต
บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Home Health Care)
สำหรับผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย หรือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง หน่วยบริการสาธารณสุขในหลายพื้นที่มีบริการเยี่ยมบ้าน เช่น
- ประเมินสุขภาพ
- เปลี่ยนสายให้อาหาร
- ทำแผล
- ติดตามอาการ
- ให้คำแนะนำผู้ดูแลในครอบครัว
บริการนี้ดำเนินการโดยโรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ตามพื้นที่รับผิดชอบ
สิทธิด้านกายภาพบำบัดและฟื้นฟู
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว เช่น
- โรคหลอดเลือดสมอง
- ข้อเข่าเสื่อม
- หลังผ่าตัด
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
สามารถเข้ารับบริการกายภาพบำบัดตามสิทธิการรักษา ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน ลดการพึ่งพาผู้อื่น และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
สิทธิรับอุปกรณ์ช่วยเหลือ
ผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว อาจมีสิทธิได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น
- รถเข็น
- ไม้เท้า
- Walker
- เตียงผู้ป่วย
- ที่นอนลม
- อุปกรณ์ช่วยพยุง
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และหลักเกณฑ์ของแต่ละสิทธิการรักษา
บริการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
หลายจังหวัดมีศูนย์ที่จัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ เช่น
- ออกกำลังกาย
- ฝึกอาชีพ
- กิจกรรมสันทนาการ
- ส่งเสริมสุขภาพจิต
- พบปะเพื่อนวัยเดียวกัน
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยลดภาวะโดดเดี่ยวและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long-Term Care)
ประเทศไทยมีโครงการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง โดยมีทีมสหวิชาชีพเข้าประเมินและวางแผนการดูแลร่วมกับครอบครัว
การดูแลอาจประกอบด้วย
- เยี่ยมบ้าน
- กายภาพบำบัด
- การดูแลสุขอนามัย
- การฟื้นฟูสมรรถภาพ
- การให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแล
สิทธิของผู้ดูแลผู้สูงอายุ
นอกจากผู้สูงอายุแล้ว ผู้ดูแลเองก็สามารถเข้าร่วมอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุที่จัดโดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มทักษะและความรู้ในการดูแลอย่างถูกต้อง
การมีผู้ดูแลที่ได้รับการอบรมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและภาวะแทรกซ้อนของผู้สูงอายุได้
หากครอบครัวดูแลเองไม่ไหว ควรทำอย่างไร
แม้ว่าภาครัฐจะมีบริการช่วยเหลือในหลายด้าน แต่ในชีวิตจริง หลายครอบครัวต้องเผชิญกับข้อจำกัด เช่น
- ต้องทำงานประจำ
- ไม่มีความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วย
- ไม่มีเวลาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
- ผู้สูงอายุมีภาวะติดเตียงหรือโรคเรื้อรัง
ในกรณีเช่นนี้ การหาผู้ดูแลมืออาชีพเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ทั้งผู้สูงอายุและสมาชิกในครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผู้ดูแลสามารถช่วยดูแลกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ ป้อนอาหาร พยุงเดิน ดูแลการรับประทานยา เฝ้าสังเกตอาการ รวมถึงพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์ตามนัด
ค้นหาผู้ดูแลผู้สูงอายุได้ที่ CareMatePro
หากคุณกำลังมองหาผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ดูแลสำหรับสมาชิกในครอบครัว CareMatePro เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมโปรไฟล์ผู้ดูแลจากทั่วประเทศไทย ช่วยให้คุณสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และเลือกผู้ดูแลที่เหมาะกับความต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น
ผู้สูงอายุในประเทศไทยมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากภาครัฐหลายด้าน ทั้งเบี้ยยังชีพ สิทธิรักษาพยาบาล บริการดูแลที่บ้าน การกายภาพบำบัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพ การรู้จักและใช้สิทธิเหล่านี้อย่างครบถ้วนจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างมาก
ในกรณีที่ครอบครัวต้องการผู้ช่วยดูแลเพิ่มเติม การเลือกผู้ดูแลที่มีประสบการณ์และเหมาะสมกับสภาพของผู้สูงอายุ จะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
แหล่งอ้างอิง
