Advertorial

เมืองไทยประกันชีวิตเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series เชื่อมแผนเกษียณกับ Senior Living และ Nursing Home รับสังคมสูงวัย

เมืองไทยประกันชีวิตเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series เชื่อมแผนเกษียณกับ Senior Living และ Nursing Home รับสังคมสูงวัย
  1. 1. เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าสร้าง Longevity Ecosystem รับสังคมสูงวัย
  2. 2. Muang Thai Flexi Retire Series ประกันบำนาญที่ออกแบบแผนเกษียณได้ยืดหยุ่น
  3. เลือกรูปแบบการชำระเบี้ยประกันภัยได้หลายแบบ
  4. เลือกช่วงอายุเริ่มรับเงินบำนาญได้
  5. Muang Thai Flexi Retire Series มีแบบประกันอะไรบ้าง?
  6. 3. จุดเปลี่ยนสำคัญ: เชื่อมเงินบำนาญกับบริการ Senior Living และ Nursing Home
  7. ผู้ถือกรมธรรม์สามารถนำเงินบำนาญไปใช้จ่ายค่าบริการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างไร?
  8. เครือข่าย Senior Ecosystem ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง?
  9. 4. ทำไม Senior Living และ Nursing Home จึงสำคัญต่อการวางแผนเกษียณ?
  10. Senior Living เหมาะกับผู้สูงวัยที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระ
  11. Nursing Home เหมาะกับผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด
  12. การวางแผนค่าใช้จ่ายด้านการดูแลควรเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไร?
  13. 5. ครอบครัวที่กำลังมองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรเตรียมตัวอย่างไร?
  14. 6. Longevity Economy กับโอกาสของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย
  15. วางแผนเกษียณวันนี้ ต้องคิดถึงทั้งเงิน สุขภาพ และการดูแลในอนาคต
  16. FAQ: คำถามที่พบบ่อย
  17. Muang Thai Flexi Retire Series คืออะไร?
  18. เมืองไทยประกันชีวิตมีเครือข่าย Nursing Home กี่แห่ง?
  19. ผู้ถือกรมธรรม์สามารถนำเงินบำนาญไปจ่ายค่าบริการ Nursing Home ได้หรือไม่?
  20. Senior Living กับ Nursing Home แตกต่างกันอย่างไร?
  21. ค้นหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทยได้จากที่ไหน?
  22. ข้อมูลอ้างอิง

การวางแผนเกษียณในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมีเงินออมเพียงพอสำหรับใช้จ่ายหลังหยุดทำงานอีกต่อไป เพราะเมื่อคนมีอายุยืนยาวขึ้น ความท้าทายที่ตามมาคือการดูแลสุขภาพ ค่าใช้จ่ายระยะยาว และการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่อาจต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น โดยเฉพาะในวันที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) การวางแผนชีวิตหลังเกษียณจึงต้องครอบคลุมทั้งเรื่องการเงิน สุขภาพ และรูปแบบการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ประกาศยกระดับ Longevity Ecosystem พร้อมเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series แบบประกันบำนาญยุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่น ควบคู่กับการขยายเครือข่ายพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home จำนวน 44 แห่งทั่วประเทศ แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณกับบริการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจทั้งสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเกษียณ และครอบครัวที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลพ่อแม่หรือผู้สูงวัยในระยะยาว

บทความนี้ CareMatePro จะพาไปทำความเข้าใจรายละเอียดของ Muang Thai Flexi Retire Series แนวคิด Longevity Ecosystem และความเชื่อมโยงกับบริการ Senior Living และ Nursing Home ในประเทศไทย

*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์และรายงานข่าวที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อประกันหรือเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุ

1. เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าสร้าง Longevity Ecosystem รับสังคมสูงวัย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เมืองไทยประกันชีวิตประกาศยกระดับการสร้าง Longevity Ecosystem โดยขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ไปสู่การเชื่อมโยงบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งการลดลงของประชากรวัยแรงงาน ความเสี่ยงด้านเงินออมหลังเกษียณที่อาจไม่เพียงพอ และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งสร้างความสมดุลใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

แนวคิดความหมาย
Lifespanการมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้น
Healthspanการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงยาวนานขึ้น
Wealthspanการมีความมั่นคงทางการเงินที่เพียงพอตลอดชีวิต

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การมีอายุยืนยาวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากขาดสุขภาพที่ดีและความมั่นคงทางการเงินที่จะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะในช่วงวัยเกษียณ การเตรียมความพร้อมจึงต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าครองชีพ หรือค่าบริการดูแลผู้สูงอายุในกรณีที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้เต็มที่

แนวทางการสร้าง Longevity Ecosystem จึงเป็นการเชื่อมโยงการวางแผนทางการเงินเข้ากับบริการด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงวัย เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงชีวิต

2. Muang Thai Flexi Retire Series ประกันบำนาญที่ออกแบบแผนเกษียณได้ยืดหยุ่น

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เมืองไทยประกันชีวิตเปิดตัวภายใต้แนวคิด Longevity Ecosystem คือ Muang Thai Flexi Retire Series แบบประกันบำนาญที่ออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการวางแผนเกษียณที่หลากหลาย

จุดเด่นที่บริษัทนำเสนอคือการเพิ่มทางเลือกในการชำระเบี้ยประกันภัยและการกำหนดช่วงอายุเริ่มรับเงินบำนาญ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและแผนชีวิตของผู้เอาประกันแต่ละคน

เลือกรูปแบบการชำระเบี้ยประกันภัยได้หลายแบบ

Muang Thai Flexi Retire Series มีทางเลือกในการชำระเบี้ยประกันภัย ได้แก่

  • ชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว (Single Premium)
  • ชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้น 5 ปี
  • ชำระเบี้ยประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีทางเลือกตามอายุที่กำหนด เช่น 55, 60 หรือ 65 ปี

เลือกช่วงอายุเริ่มรับเงินบำนาญได้

ผู้เอาประกันสามารถเลือกช่วงอายุเริ่มรับเงินบำนาญตามแบบประกันที่กำหนด โดยมีทางเลือกตั้งแต่อายุ 55, 60, 65 หรือ 70 ปี นอกจากนี้บริษัทระบุว่าสามารถปรับเปลี่ยนแผนเกษียณได้ตามเงื่อนไขของแบบประกัน โดยไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมสำหรับการปรับเปลี่ยนดังกล่าว

ทั้งนี้รายละเอียดสิทธิประโยชน์ เงื่อนไขการเปลี่ยนแผน และรูปแบบการรับเงินบำนาญจะแตกต่างกันตามแบบประกันที่เลือก ผู้สนใจควรตรวจสอบรายละเอียดจากบริษัทโดยตรงก่อนตัดสินใจ

Muang Thai Flexi Retire Series มีแบบประกันอะไรบ้าง?

จากข้อมูลที่เผยแพร่ ผลิตภัณฑ์ในซีรีส์นี้ประกอบด้วย

แบบประกันรายละเอียดตามข้อมูลที่เผยแพร่
เฟล็กซี่ รีไทร์ โปร 90/1 ดี 55, 60, 65, 70แบบประกันบำนาญ ชำระเบี้ยครั้งเดียว
เฟล็กซี่ รีไทร์ เน็กซ์ 90/1 ดี 55, 60, 65, 70แบบประกันบำนาญ ชำระเบี้ยครั้งเดียว
เฟล็กซี่ รีไทร์ 90/5 ดี 55, 60, 65แบบประกันบำนาญ ชำระเบี้ย 5 ปี
เฟล็กซี่ รีไทร์ 9055, 9060, 9065แบบประกันบำนาญที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไข

*เมืองไทยประกันชีวิต Muang Thai Flexi Retire Series จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ควรศึกษาผลประโยชน์ ข้อยกเว้น และเงื่อนไขของแต่ละแบบประกันอย่างละเอียด รวมถึงประเมินความเหมาะสมกับแผนการเงินและค่าใช้จ่ายหลังเกษียณของตนเอง

3. จุดเปลี่ยนสำคัญ: เชื่อมเงินบำนาญกับบริการ Senior Living และ Nursing Home

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจากการประกาศครั้งนี้ คือการขยายเครือข่ายพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home จำนวน 44 แห่งทั่วประเทศ

การขยายเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงบริการด้านการเงินเข้ากับบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น โดยมุ่งตอบโจทย์ความต้องการที่อาจเกิดขึ้นในช่วงชีวิตหลังเกษียณ

ผู้ถือกรมธรรม์สามารถนำเงินบำนาญไปใช้จ่ายค่าบริการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างไร?

ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า ผู้ถือกรมธรรม์ประกันบำนาญของเมืองไทยประกันชีวิตที่เข้าใช้บริการบ้านพักผู้สูงอายุในเครือข่ายพันธมิตร สามารถแจ้งความประสงค์ให้บริษัทจ่ายเงินบำนาญไปยังสถานบริการดังกล่าวได้โดยตรง แนวทางนี้มีความน่าสนใจในแง่ของการเชื่อมโยงเงินจากกรมธรรม์เข้ากับค่าใช้จ่ายด้านการดูแลผู้สูงอายุ

ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้สูงอายุจำเป็นต้องเข้าใช้บริการ Nursing Home หรือบ้านพักผู้สูงอายุในเครือข่าย การมีช่องทางจัดสรรเงินบำนาญไปยังสถานบริการโดยตรงอาจช่วยให้การบริหารค่าใช้จ่ายสะดวกขึ้นสำหรับผู้เอาประกันและครอบครัว

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินบำนาญโดยตรงไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดของสถานบริการจะได้รับการครอบคลุม ผู้เอาประกันและครอบครัวควรตรวจสอบสิทธิ เงื่อนไขการจ่ายเงิน และค่าใช้จ่ายส่วนต่างกับบริษัทและสถานบริการก่อนตัดสินใจ

เครือข่าย Senior Ecosystem ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง?

จากข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวกับแนวทาง Senior Ecosystem ของเมืองไทยประกันชีวิต บริการและสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรครอบคลุมหลายรูปแบบ ได้แก่

  • โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างกระฉับกระเฉง
  • บ้านพักผู้สูงอายุและ Nursing Home ที่มีทีมพยาบาลและผู้ดูแล
  • บริการรถรับ-ส่งพร้อมผู้ดูแลสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเดินทางไปพบแพทย์
  • บริการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายที่มุ่งเน้นการบรรเทาอาการและคุณภาพชีวิต

บริการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของความต้องการด้านการดูแลผู้สูงอายุ ตั้งแต่ผู้สูงวัยที่ยังช่วยเหลือตนเองได้ ไปจนถึงผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

*ข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายและสิทธิประโยชน์อ้างอิงจากรายงานข่าวการประกาศของเมืองไทยประกันชีวิต โดยรายละเอียดการใช้สิทธิขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริการและพันธมิตร

4. ทำไม Senior Living และ Nursing Home จึงสำคัญต่อการวางแผนเกษียณ?

เมื่อพูดถึงการวางแผนเกษียณ หลายคนอาจให้ความสำคัญกับเงินออมและรายได้หลังหยุดทำงานเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุอาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของครอบครัว

โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุมีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการดูแลที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

Senior Living เหมาะกับผู้สูงวัยที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระ

Senior Living เป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ โดยอาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับวัย โครงการแต่ละแห่งอาจมีรูปแบบบริการแตกต่างกัน ตั้งแต่ที่อยู่อาศัยที่เน้นความสะดวกสบายและกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัย ไปจนถึงโครงการที่มีบริการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม

ผู้ที่กำลังพิจารณา Senior Living จึงควรตรวจสอบระดับการดูแล สิ่งอำนวยความสะดวก และค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง

Nursing Home เหมาะกับผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด

Nursing Home หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง บริการของแต่ละแห่งอาจแตกต่างกัน ทั้งในด้านทีมพยาบาล ผู้ดูแล กิจกรรมฟื้นฟู และระดับการดูแลที่สามารถรองรับได้

สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหา Nursing Home การพิจารณาเพียงราคาค่าบริการอาจไม่เพียงพอ แต่ควรประเมินความเหมาะสมของสถานบริการกับสุขภาพและความต้องการของผู้สูงอายุด้วย

การวางแผนค่าใช้จ่ายด้านการดูแลควรเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไร?

การวางแผนค่าใช้จ่ายสำหรับ Senior Living หรือ Nursing Home สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ช่วงที่ยังมีรายได้ โดยพิจารณาค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตควบคู่กับเงินออมหลังเกษียณ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับประเภทบริการ สถานที่ตั้ง ระดับการดูแล และความต้องการเฉพาะบุคคล

การทำความเข้าใจทางเลือกด้านการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้ครอบครัวสามารถเตรียมข้อมูลและประเมินงบประมาณได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

5. ครอบครัวที่กำลังมองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรเตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหา Nursing Home หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ การเลือกสถานบริการไม่ควรพิจารณาจากชื่อเสียงหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจความต้องการของผู้สูงอายุและรูปแบบการดูแลที่เหมาะสม สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่

ปัจจัยสิ่งที่ควรตรวจสอบ
ระดับการดูแลผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวันมากน้อยเพียงใด
ทีมผู้ดูแลมีบุคลากรและทีมพยาบาลที่เหมาะสมกับความต้องการหรือไม่
สถานที่เดินทางสะดวกและมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับผู้สูงอายุหรือไม่
ค่าใช้จ่ายค่าบริการรายเดือน ค่าแรกเข้า และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
บริการที่รองรับรองรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงหรือความต้องการเฉพาะได้หรือไม่
เงื่อนไขการให้บริการมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการเข้าพัก การดูแล และการย้ายสถานบริการอย่างไร

*การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายสถานบริการและพูดคุยกับผู้ให้บริการโดยตรง จะช่วยให้ครอบครัวเข้าใจทางเลือกต่าง ๆ มากขึ้นก่อนตัดสินใจ

สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มค้นหาข้อมูล สามารถใช้ CareMatePro เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการค้นหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้น เพื่อช่วยให้การค้นหาสถานบริการที่เหมาะสมกับครอบครัวเป็นเรื่องง่ายขึ้น

6. Longevity Economy กับโอกาสของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย

การประกาศขยายเครือข่าย Senior Living และ Nursing Home ของเมืองไทยประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเชื่อมโยงธุรกิจประกันภัยเข้ากับบริการดูแลผู้สูงวัย ในมุมของอุตสาหกรรมการวางแผนเกษียณไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับบริการที่อยู่อาศัย สุขภาพ และการดูแลระยะยาว

เมื่อครอบครัวมีความต้องการค้นหาบริการดูแลผู้สูงอายุที่หลากหลายขึ้น การเข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนและการเปรียบเทียบทางเลือกจึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการตัดสินใจ

สำหรับผู้ประกอบการ Nursing Home และ Senior Living การสื่อสารข้อมูลบริการให้เข้าถึงกลุ่มครอบครัวที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลผู้สูงอายุ จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ

ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลสถานบริการและช่วยให้ครอบครัวค้นหาทางเลือกได้สะดวกขึ้น ก็อาจมีบทบาทในการเชื่อมโยงความต้องการระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้

ทั้งนี้การขยายตัวของธุรกิจและโอกาสทางการตลาดในอนาคตยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความต้องการของผู้บริโภค ความสามารถในการเข้าถึงบริการ และคุณภาพของสถานบริการแต่ละแห่ง

วางแผนเกษียณวันนี้ ต้องคิดถึงทั้งเงิน สุขภาพ และการดูแลในอนาคต

การเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series ของเมืองไทยประกันชีวิต พร้อมการขยายเครือข่าย Senior Living และ Nursing Home จำนวน 44 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการเชื่อมโยงการวางแผนทางการเงินเข้ากับบริการดูแลผู้สูงวัย

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเกษียณ ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงการมีเงินออมเพียงพอ แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและรูปแบบการดูแลที่อาจจำเป็นในอนาคต ขณะที่ครอบครัวที่กำลังมองหา Nursing Home หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรศึกษาข้อมูลสถานบริการและประเมินความเหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงวัยอย่างรอบด้าน

CareMatePro เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับค้นหาข้อมูลศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและบริการดูแลผู้สูงวัยในไทย เพื่อช่วยให้ครอบครัวเริ่มต้นค้นหาทางเลือกและเตรียมความพร้อมสำหรับการดูแลคนที่คุณรักได้ง่ายขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

Muang Thai Flexi Retire Series คืออะไร?

Muang Thai Flexi Retire Series คือแบบประกันบำนาญของเมืองไทยประกันชีวิตที่ออกแบบให้มีทางเลือกในการชำระเบี้ยประกันภัยและกำหนดช่วงอายุเริ่มรับเงินบำนาญตามเงื่อนไขของแต่ละแบบประกัน โดยมีกำหนดเริ่มจำหน่ายวันที่ 1 ตุลาคม 2569

เมืองไทยประกันชีวิตมีเครือข่าย Nursing Home กี่แห่ง?

จากข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เมืองไทยประกันชีวิตระบุว่ามีเครือข่ายพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home จำนวน 44 แห่งทั่วประเทศ

ผู้ถือกรมธรรม์สามารถนำเงินบำนาญไปจ่ายค่าบริการ Nursing Home ได้หรือไม่?

ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า ผู้ถือกรมธรรม์ประกันบำนาญของเมืองไทยประกันชีวิตที่เข้าใช้บริการบ้านพักผู้สูงอายุในเครือข่ายพันธมิตร สามารถแจ้งความประสงค์ให้จ่ายเงินบำนาญไปยังสถานบริการได้โดยตรง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

Senior Living กับ Nursing Home แตกต่างกันอย่างไร?

Senior Living โดยทั่วไปเน้นที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงวัยที่ยังต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ส่วน Nursing Home เน้นการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวันหรือการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยรายละเอียดบริการขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ

ค้นหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทยได้จากที่ไหน?

ครอบครัวสามารถเริ่มต้นค้นหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ CareMatePro ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลสถานบริการด้านการดูแลผู้สูงวัย เพื่อช่วยให้ค้นหาและศึกษาทางเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการเบื้องต้นได้สะดวกขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

Find elderly caregivers
Professional caregivers near you
Search now
CareMatePro Editor
Written by
CareMatePro Editor
View all articles